โรคไข้กาฬหลังแอ่น มีสาเหตุเกิดจากอะไร วิธีป้องกันและรักษา

สำหรับโรคที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน โรคไข้กาฬหลังแอ่น มีสาเหตุเกิดจากเชื้อแบคทีเรียพบมากในกลุ่มคนที่อาศัยอยู่รวมกันอย่างหนาแน่นและแออัด อาการสำคัญของโรคนี้คือมี ไข้ ผื่น และเยื่อหุ้มสมองอักเสบ อ่อนเพลีย ปวดเหมื่อยตามร่างกาย

ไข้กาฬหลังแอ่น รักษา

 

ไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal Disease) คือโรคติดเชื้อที่บริเวณเยื่อหุ้มสมอง เกิดจากเชื้อแบคทีเรียไนซีเรีย เมนิงไจทิดิส (Neisseria Meningitidis) ซึ่งเป็นเชื้อที่มีอันตรายสูง เกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัย แต่มักพบในทารก เด็ก และวัยรุ่น ไข้กาฬหลังแอ่นเป็นโรคที่อันตราย เนื่องจากเป็นโรคที่มีการลุกลามค่อนข้างเร็ว แต่ก็สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ และถึงแม้จะสามารถรักษาได้ ก็เสี่ยงต่อความพิการ หรือเสียชีวิตได้เช่นกัน

โรคนี้พบได้ทั่วโลก มีผู้ป่วยประมาณ 300,000-500,000 คนต่อปี โดยอาจจะเป็นการเกิดขึ้นประปรายตลอดทั้งปี หรืออาจมีการระบาดเกิดขึ้นเป็นช่วงๆเป็นประจำในบางพื้นที่ หรือเกิดการระบาดเป็นพื้นที่กว้างขวางก็พบได้ โดยในแต่ละพื้นที่ที่เกิดการระบาดจะเกิดจากเชื้อชนิดย่อยที่แตกต่างกันไป เช่น ในประ เทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา มีการระบาดของเชื้อชนิดย่อย cเกิดขึ้นเป็นช่วงๆในกลุ่มนัก เรียนและนักศึกษา หรือในช่วงปี พ.ศ. 2543-2545 พบการระบาดของเชื้อชนิดย่อย W135 ในชาวมุสลิมที่เดินทางมาประกอบพิธีฮัจจ์ ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย เป็นต้น

สำหรับในประเทศไทย พบโรคนี้ได้ตลอดปี ไม่ขึ้นกับฤดูกาล และพบได้ในทุกภาคของประเทศ ในปี พ.ศ. 2555 พบอัตราป่วยโรคนี้ 0.01 รายต่อประชากร 1 แสนคน มีอัตราตายร้อยละประมาณ 37(37%)

สาเหตุการเกิด โรคไข้กาฬหลังแอ่น

โรคกาฬหลังแอ่นเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชื่อ Neisseria meningitidis ซึ่งจะแบ่งออกเป็นชนิดย่อย (Serogroup) ได้อีกหลายสิบชนิดตามองค์ประกอบของแคปซูล(Capsule)/ ถุงหุ้ม ที่หุ้มเซลล์แบคทีเรีย ได้แก่ ชนิดย่อย A, B, C, D, E29, H, I, K, L, W135, X, Y, Z โดยที่ชนิดย่อย A, B, C, Y, และ W135 เป็นชนิดหลักที่ก่อให้เกิดโรค

ไข้กาฬหลังแอ่นที่มักพบได้บ่อยแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

  1. ไข้กาฬหลังแอ่นชนิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningococcal Meningitis) เป็นไข้กาฬหลังแอ่นชนิดที่มีการติดเชื้อที่เยื่อหุ้มสมอง ทำให้เกิดการอักเสบที่เยื่อหุ้มสมองและไขสันหลัง
  2. ไข้กาฬหลังแอ่นชนิดติดเชื้อในกระแสเลือด (Meningococcal Septicemia หรือ Meningococcemia) เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด จนทำให้เชื้อแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย และทำลายผนังหลอดเลือด ทำให้มีอาการเลือดออกที่ผิวหนังและอวัยวะได้

อาการของผู้ป่วยโรคไข้กาฬหลังแอ่น

ระยะฟักตัวของโรคกาฬหลังแอ่นก่อนปรากฏอาการคือ 2-10 วัน หรือโดยเฉลี่ย 3-4 วัน ผู้ที่ติดเชื้อประมาณ 1 ใน 3 จะเกิดเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โดยไม่มีอาการของการติดเชื้อในกระแสเลือด ผู้ป่วยบางส่วนจะเกิดอาการของการติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดอย่างเดียว หรืออาจเกิดทั้ง 2 อย่างร่วมกัน และมีผู้ป่วยประมาณ 15% จะเกิดอาการของการติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดชนิดที่มีอาการรุนแรง

 

  1. ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Meningococcemia) ในช่วงแรก ผู้ป่วยจะแสดงอา การของการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนซึ่งไม่จำเพาะ ได้แก่ ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ ต่อมาจึงจะมีไข้ หนาวสั่น คลื่นไส้อาเจียน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย โดยอาการจะเป็นอยู่ 1-2 วัน แล้วตามด้วยการเกิดผื่นที่ผิวหนัง ซึ่งเป็นลักษณะที่ค่อนข้างจำเพาะของโรคนี้
  2. ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดชนิดที่มีอาการรุนแรง (Fulminant meningococce mia) อาการจะคล้ายกับผู้ป่วยกลุ่มข้างต้น แต่จะรุนแรงกว่า คือจะมีไข้สูง อ่อนเพลียมาก จุดเลือดออกจะขยายเป็นจ้ำเลือดขนาดใหญ่มีสีแดง หรือม่วงคล้ำ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันที อาจจะเสียชีวิตได้ภายใน 24-48 ชั่วโมงได้
  3. เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบโดยไม่เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ผู้ป่วยจะมีอาการที่ไม่แตกต่างจากโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากเชื้อชนิดอื่นๆ ได้แก่ มีไข้ ปวดศีรษะรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดต้นคอ คอแข็ง หลังแข็ง อาจมีหลังแอ่น และมีอาการซึมลง
    แบบสอบสวนโรคไข้กาฬหลังแอ่น

การรักษาไข้กาฬหลังแอ่น

  • ใช้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ เพื่อรักษาการติดเชื้อ และลดความเสี่ยงการเสียชีวิต ยาที่มักใช้ได้แก่ ยาแอมพิซิลิน (Ampicillin) ยาเพนิซิลิน (Penicillin) ยาโคลแรมเฟนิคอล (Chloramphenicol) และเซฟไตรแอโซน (Ceftriaxone) นอกจากนี้ยังอาจมีการใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroid) ร่วมด้วยโดยมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันอาการชักจากไข้สูง
  • การให้ออกซิเจนเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ
  • การใช้ยาเพื่อลดความดันโลหิต
  • รักษาบาดแผลที่ผิวหนังซึ่งเกิดจากโรคไข้กาฬหลังแอ่น

โรคไข้กาฬหลังแอ่น

การป้องกันไข้กาฬหลังแอ่น

ไข้กาฬหลังแอ่นสามารถป้องกันได้ โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อไข้กาฬหลังแอ่น ก็จะช่วยให้ความเสี่ยงลดลงได้ แต่ถ้าได้รับเชื้อควรรีบมาพบแพทย์ อาจจำเป็นที่จะต้องรับประทานยาปฏิชีวนะติดต่อกันระยะหนึ่งเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้น

ทั้งนี้เมื่อผู้ป่วยได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว จะต้องรอประมาณ 7-10 วัน ภูมิคุ้มกันของโรคนี้จึงจะเพิ่มขึ้น โดยสามารถป้องกันได้นาน 3-5 ปี โรคชนิดอื่นๆ

           สำหรับ ข่าวสาร และสาระความรู้ต่างๆ ที่เราได้นำมาให้ทุกท่านได้ทราบกัน เพิ่มเติมก็คือ การแนะนำเกมส์เดิมพันออนไลน์ที่นำมาให้ทุกท่านได้เข้า่รวมเล่นเกมส์คาสิืโน อย่างเปิดเผย ซึ่งผู้เล่นเกมส์สามารถเดิมพันบนมือถือที่ง่่าย ทราบโปรโมชั่น กิจกรรมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ความสนุกที่น่าสนใจ เป็นสิ่งที่นำความบันเทิงกับผู้เล่นได้อย่างแท้จริงอีกด้วยค่ะ Gclub Slot  ให้ได้เงิน